วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560

ดอกหางนกยูงที่เขาใหญ่ โดย อ.นพศร ณ นครพนม

วันนี้ขอนำเสนอภาพ "ดอกหางนกยูงที่เขาใหญ่"
วาดโดย อ.นพศร ณ นครพนม
เทคนิคสีอะคลีลิคบนกระดาษ


ภาพถ่ายต้นฉบับ



ร่างภาพเป็นโครงสร้างไว้คร่าวๆ ก่อน



ใส่สีโครงรวมๆ ตามตำแหน่งที่ต้องการตามขั้นตอน



จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มรายละเอียดของภาพด้วยน้ำหนักของสี





ภาพที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ขอขอบคุณภาพวาดสวยๆ โดย อ.นพศร ณ นครพนม ที่อนุญาตให้มำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทาน

วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560

ภาพถนนดอกคูนที่ขอนแก่น โดย อ.นพศร ณ นครพนม

ภาพถนนดอกคูนที่ขอนแก่น ตอนนี้กำลังออกดอกบานสะพรั่ง ... สร้างสรรค์โดย อ.นพศร ณ นครพนม กับเทคนิคสีอะคลีลิค บนผ้าใบ ... ดูขั้นตอนการวาดได้เลยครับ


ภาพถ่ายต้นฉบับที่เพื่อนของอาจารย์ส่งมาให้ดู



จากนั้นก็ร่างโครงรวมๆ บนผ้าใบ










เก็บรายละเอียดต่างๆ จนได้ตามความต้องการแล้ว



เป็นอันว่าภาพ "ถนนดอกคูนที่ขอนแก่น" เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ขอขอบคุณ อ.นพศร  ณ  นครพนม  ที่อนุญาตให้ใช้ภาพเพื่อเป็นวิทยาทาน
20 เม.ย. 2560

พระบาละคณปติ (Bala Ganapati)



พระบาละคณปติ (Bala Ganapati) "ผู้อันเป็นที่รักของเด็กๆ และทุกๆ คน" อวตารในภาคเด็ก ... นิยมบูชาในบ้านเรือน, โรงเรียน หรือสถานที่ที่มีเด็กๆ

ที่พระพิฆเณศทรงมีเศียรเป็นช้าง... เนื่องจากเมื่อเจริญวัยเข้าถึงขั้นทำพิธีโสกันต์ (โกนจุก) แล้ว พระศิวะ พระบิดาได้มีบัญชาให้เชิญเทพเจ้าองค์ ต่างๆ มาร่วมพิธี โดยมีพระวิษณุเป็นผู้ทำพิธีโสกันต์ แต่เมื่อถึงเวลา พระวิษณุยังทรงบรรทมอยู่ ณ เกษียรสมุทร พระศิวะจึงมีบัญชาให้ตามพระวิษณุมาทำพิธี เมื่อพระวิษณุถูกปลุกให้ตื่นจากบรรทม ทรงพลั้งพระโอษฐ์ไปว่า "ไอ้ลูกหัวหาย ช่างกวนใจจริง" ด้วยวาจาสิทธิ์ของพระวิษณุนี้เอง ได้ทำให้ศีรษะของพระพิฆเณศหายไปทันที ท่ามกลางความตกใจของเหล่าทวยเทพ พระศิวะซึ่งเป็นเทพองค์เดียวที่สามารถทำให้พระพิฆเณศคืนชีพได้ จึงมีพระบัญชาให้พระวิษณุกรรมลงไปยังโลกมนุษย์ เพื่อหาหัวคนที่ถึงแก่ความตายไปแล้ว โดยต้องเอาผุ้ที่นอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก อันเป็นทิศของคนตาย มาต่อเป็นพระเศียรของพระพิฆเณศ ปรากฎว่ายังไม่มีผู้ใดถึงที่ตาย และพบเพียงแต่ช้างแม่ลูกอ่อนคู่หนึ่งที่นอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก จึงตัดหัวลูกช้างมาสวมให้พระพิฆเณศ พระพิฆเณศจึงมีเศียรเป็นช้างตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

(ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

"ศิลปะ" ช่วยพัฒนาร่างกาย และการเจริญเติบโตของเด็กๆ


"ศิลปะ" ช่วยพัฒนาร่างกาย และการเจริญเติบโตของเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ร่างกายกำลังมีพัฒนาการอย่างมาก การจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับเด็กจะทำให้เด็กได้ฝึกการเคลื่อนไหวการพัฒนากล้ามเนื้อ โดยเฉพาะการใช้มือ นิ้ว สายตา สมอง และร่างกายในส่วนอื่นๆ ให้ทำงานประสานกันได้ดียิ่งขึ้น

kruchang@2017

กิจกรรมศิลปะบำบัดสำหรับผู้ต้องขังหญิง


กิจกรรม "ศิลปะบำบัด" ให้ผู้ต้องขังหญิง "โครงการพัฒนาทักษะชีวิตผู้ต้องขังหญิงและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย" ณ ทัณฑสถานหญิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 

แนวความคิดของการเรียนการสอน "ศิลปะบำบัด" ให้กับผู้ต้องขังหญิง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ผมได้มุ่งเน้นไปที่ตัวของผู้ต้องขังเพื่อให้รู้จักตัวตนของตนเอง เห็นคุณค่าและให้เกียรติตัวเอง สอดแทรกปรัชญาแนวความคิดของการใช้ชีวิต เพื่อที่ผู้ต้องขังจะได้มีความมั่นใจในการออกไปเผชิญกับโลกภายนอก สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ เป็นคนดี และไม่หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก

เป็นกำลังใจให้กับผู้ต้องขังหญิงทุกๆ ท่านนะครับ คนเราเกิดมาบนโลกใบนี้ไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยทำผิด ครูเองก็เคยทำผิด ... แต่เมื่อเราทำผิดแล้ว เรายอมรับผิดและพร้อมที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ เรานั้นหรือไม่ และทำอย่างไรเราจะไม่กลับไปทำความผิดเหล่านั้นอีก .... เป็นกำลังใจให้นะครับ 


kruchang @ 12 เมษายน 2559

Self - knowledge


"ความรู้" ระดับที่เป็นปัญญาของตนเอง สร้างด้วยประสบการณ์ เพราะประสบการณ์จะทำให้พวกเขามีความรู้แบบ "กระจ่างในหัวใจ" รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก จะแก้ไขได้อย่างไร และจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อะไรได้บ้าง ความรู้ชนิดนี้เป็นความรู้ที่เกิดขึ้นในตัวเอง Self - knowledge ซึ่งใครๆ ก็ไม่รู้มากเท่ากับตัวผู้เรียน ... "สุทัศน์ เอกา"

วิธีคิดในการสร้างผลงานศิลปะ


ได้มีโอกาสพบกับ "อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี" ท่านได้กล่าวคำพูดดีๆ ไว้ให้ผมฟังดังนี้ว่า ... "วิธีคิดในการสร้างผลงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ของศิลปิน ที่ทำงานศิลปะให้มีคุณค่านั้น ... คือการทำงานเพื่อตอบสนองอารมณ์ของผู้คนและรับใช้สังคม ... ไม่ควรทำงานเพื่อตอบสนองตัญหาของตัวเอง ... ผลงานในชิ้นนั้นๆ จึงจะประสบความสำเร็จ อย่างแท้จริง"

kruchang - 25.08.2012

"มังงะ" (ญี่ปุ่น: 漫画 manga )


"มังงะ" (ญี่ปุ่น: 漫画 manga ) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นสำหรับเรียก "การ์ตูนช่อง" "มังงะ" พัฒนามาจาก "อุคิโยเอะ" และ "จิตรกรรมตะวันตก" และเริ่มคงรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

"มังงะ" ที่ได้รับความนิยมสูงมักถูกนำไปสร้างเป็น "อะนิเมะ" เนื้อหาของ "มังงะ" เหล่านั้นมักถูกดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมต่อการแพร่ภาพทางโทรทัศน์และเพื่อให้ถูกรสนิยมของผู้ชมทั่วไปมากขึ้น

คำว่า "มังงะ" แปลตรงตัวว่า “ภาพตามอารมณ์” ถูกใช้อย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกหลังจากจิตรกรอุคิโยเอะชื่อ "โฮคุไซ" ตีพิมพ์หนังสือชื่อ "โฮคุไซมังงะ" ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อย่างไรก็ดีนักประวัติศาสตร์บางกลุ่มเห็นว่า "มังงะ" อาจมีประวัติยาวนานกว่านั้น โดยมีหลักฐานคือ "ภาพจิกะ" (แปลตรงตัวว่า “ภาพตลก”) ซึ่งเป็นที่นิยมในศตวรรษที่ 12 มีลักษณะหลายประการคล้ายคลึงกับ "มังงะ" ในปัจจุบัน อาทิ การเน้นเนื้อเรื่อง และการใช้เส้นที่เรียบง่ายแต่สละสลวย เป็นต้น

"มังงะ" พัฒนามาจากการผสมผสานศิลปะการวาดภาพแบบ "อุคิโยเอะ" กับ "จิตรกรรมตะวันตก" ความพยายามของญี่ปุ่นที่จะพัฒนาตัวเองให้ทันกับมหาอำนาจตะวันตกในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ผลักดันให้ญี่ปุ่นนำเข้าวัฒนธรรมตะวันตกหลายๆ รูปแบบ รวมทั้งการจ้างศิลปินตะวันตกมาสอนศิลปินญี่ปุ่นเกี่ยวกับองค์ประกอบพื้นฐานทางศิลปะ เช่น เส้น รูปทรง และสี ซึ่งการวาดภาพแบบ "อุคิโยเอะ" ไม่ให้ความสำคัญเนื่องจากคิดว่าความรู้สึกโดยรวมของภาพสำคัญกว่า อย่างไรก็ดี "มังงะ" ที่เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นถูกสหรัฐอเมริกาบังคับให้เปิดเสรีภาพแก่สื่อมวลชน

ในศตวรรษที่ 21 คำว่า "มังงะ" เปลี่ยนความหมายเดิมมาหมายถึง "หนังสือการ์ตูน" อย่างไรก็ดีคนญี่ปุ่นมักใช้คำนี้เรียก "หนังสือการ์ตูนสำหรับเด็ก"ส่วน "หนังสือการ์ตูนทั่วไป" ใช้คำว่า コミックス (คอมิกส์) ซึ่งเป็นคำทับศัพท์ของ comics ในภาษาอังกฤษ ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ "มังงะ" (manga) ถูกใช้เรียกหนังสือการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทยการใช้คำว่า "มังงะ" ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก

"มังงะ" มีความสำคัญวัฒนธรรมญี่ปุ่นและได้รับการยอมรับจากคนญี่ปุ่นว่าเป็นวิจิตรศิลป์และวรรณกรรมรูปแบบหนึ่ง "มังงะ" ในปัจจุบันถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษนิยมทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศอย่างกว้างขวางว่ามีความรุนแรงและเนื้อหาทางเพศปะปนอยู่มาก อย่างไรก็ดี ประเทศญี่ปุ่นก็ยังไม่มีกฎหมายจัดระเบียบ "มังงะ" เว้นแต่กฎหมายคลุมเครือฉบับหนึ่งที่กล่าวทำนองว่า “ห้ามผู้ใดจัดจำหน่ายสื่อที่ขัดต่อความดีงามของสังคมจนเกินไป” เท่านั้น "นักวาดการ์ตูนในญี่ปุ่นจีงมีเสรีภาพที่จะเขียนมังงะที่มีเนื้อหาทุกแนวสำหรับผู้อ่านทุกกลุ่ม"

ลักษณะเฉพาะตัวของ "มังงะ"
รูปใน "มังงะ" ส่วนใหญ่จะเน้น "เส้น" มากกว่า "รูปทรง" และ "การให้แสงเงา" การจัดช่องภาพจะไม่ตายตัวเหมือนการ์ตูนสี่ช่อง หรือการ์ตูนช่องในหนังสือพิมพ์ การอ่าน "มังงะ" จะอ่านจากขวาไปซ้ายตามวิธีเขียนหนังสือแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เป็นที่น่าสังเกตว่าตัวละครใน "มังงะ" มักจะดูเหมือนคนตะวันตก หรือไม่ก็มีนัยน์ตาขนาดใหญ่ "ความใหญ่ของตา กลายมาเป็นลักษณะเด่นของมังงะและอะนิเมะ" ตั้งแต่ยุคปี 1960 เมื่อ "โอซามุ เทซุกะ" ผู้เขียนเรื่อง "แอสโตรบอย" ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น"บิดาของมังงะ" ในปัจจุบัน เริ่มวาดตาของตัวละครแบบนั้น โดยเอาแบบมาจากตัวการ์ตูนของดิสนีย์ อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่านักเขียนการ์ตูนทุกคนจะวาดตัวละครให้มีตาใหญ่เสมอไป "มังงะ" นั้นจะถูกแยกจาก "comic" อย่างเด่นชัดเพราะเป็นการเขียนเทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์ (cinematic style) โดย "ผู้เขียนจะทำการเขียนภาพระยะไกลระใกล้ระยะประชิด เปลี่ยนมุมมองและตัดต่อเนื้อหาเรื่องราวอย่างฉับไวโดยใช้เส้น speed เพิ่มความเร็ว"

ภาพ/ข้อมูล เรียบเรียงจากอินเตอร์เน็ต

การร่างภาพนั้น เป็นหัวใจของการวาดภาพ


"การร่างภาพ" เป็น "หัวใจสำคัญของการวาดภาพ" ถ้าร่างภาพไม่ดี หรือยังไม่ถูกต้อง การลงแสงเงา หรือลงสีที่สวยงามก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพนั้นดูดี หรือสวยงามขึ้นมาได้

- kruchang@2016

เป็นกำลังใจให้กับศิษย์



ผมมักจะบอกกับลูกศิษย์ทุกๆ คนว่า "พวกเธอโชคดีมากๆ ที่พวกเธอมีพรสวรรค์ในการวาดรูป ... แต่พรสวรรค์ที่พระเจ้าให้มานั้น มันมีแค่ 10% เท่านั้น ที่เหลืออีก 90% คือการเรียนรู้ และฝึกฝน สิ่งที่ครูสอนพวกเธอทุกวันนี้ก็สอนให้พวกเธอได้เป็นในสิ่งพื้นฐานที่ควรเป็น เหมือนสอนพวกเธอขับรถ พอเธอขับเป็นแล้ว เธอจะขับไปไหนก็ได้ ความชำนาญมันก็ขึ้นอยู่กับว่าขับมาก ขับน้อย ... ศิลปะก็เช่นกัน พอพวกเธอมีพื้นฐานแล้ว เป้าหมาย รูปแบบ สไตล์ มันก็ขึ้นอยู่กับพวกเธอว่า พวกเธอค้นหาตัวตนของเธอเจอได้มากน้อยแค่ไหน ... ครูเป็นได้แค่เพียงผู้ให้แนวทางเท่านั้น ... ส่วนเธอ คือผู้ที่เลือกเส้นทางเดิน"

kruchang @ 2016

วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2560

การวาดภาพทิวทัศน์ (Landscape)

การวาดภาพทิวทัศน์ แสดงลักษณะธรรมชาติของภูมิประเทศที่ปรากฏให้เห็นโดยทั่วไป เช่น ทุ่งหญ้า ท้องนา ภูเขา ทะเล บ้านเรือน เป็นต้น และผู้วาดจะซึบซับความงามที่อยู่รอบๆ ตัวนี้จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจ และถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลปะ ซึ่งจะเป็นภาพที่มีมุมมอง มีระยะใกล้ ไกล แสดงบรรยากาศที่สวยงาม ทั้งรูปทรง สัดส่วน สีสัน แสงเงา


ลักษณะของภาพทิวทัศน์ที่ดีจะต้องมีระยะและมิติของภาพซึ่งประกอบไปด้วย Foreground, Middleground, Background 



"ภาพทิวทัศน์บก" คือ ภาพที่แสดงความงามของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบนบก บนพื้นดินเป็นหลัก เช่น ท้องนา ทุ่งหญ้า ป่า ต้นไม้ ดอกไม้ แม่น้ำ ฯลฯ



"ภาพทิวทัศน์ทะเล" คือ ภาพที่แสดงความงามของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นทะเลเป็นหลัก เช่น ชายหาด โขดหิน คลื่น เรือ ชาวประมง ฯลฯ



"ภาพทิวทัศน์สิ่งก่อสร้าง" คือ ภาพที่แสดงความงามของอาคารบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบๆ อาคาร



"การวาดภาพทิวทัศน์แบบเหมือนจริง" (Realistic) ก็คือการวาดให้เหมือนจริงทั้งรูปทรง สัดส่วน แสงเงา สี ระยะใกล้ไกล 



"การวาดภาพทิวทัศน์แบบตัดทอน" (Distortion) เป็นการใช้สายตา ความคิดสร้างสรรค์ และอารมณ์ ลดทอนรูปทรงจากภาพจริงให้เป็นไปตามจินตนาการของผู้สร้างสรรค์ผลงาน



"การวาดภาพทิวทัศน์แบบนามธรรม" (Abstraction) เป็นการใช้อารมณ์ความรู้สึกแทนค่ารูปทรงและความเหมือนจริง


ขั้นตอนการวาดภาพทิวทัศน์แบบง่ายๆ โดย "ครูช้าง"


ร่างภาพส่วนรวมจัดภาพให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษ ร่างรายละเอียดแต่ละส่วน 



ลงน้ำหนักโดยรวม



เพิ่มน้ำหนักแสงเงา และตกแต่งรายละเอียด 
จนเป็นที่เสร็จเรียบร้อย



เทคนิคการสร้างสรรค์ภาพทิวทัศน์

1. "ต้องสร้างความประทับใจ" ในธรรมชาติ ก่อนวาดภาพทิวทัศน์ควรเลือกทัศนียภาพที่เราชอบ เพราะความชอบจะสร้างแรงบันดาลใจเป็นพลังที่ทำให้เราสร้างสรรค์งานได้ดีกว่าวาดรูปที่ไม่ชอบ

2. "วิเคราะห์ภาพทิวทัศน์" ใช้สายตามอง คิด และวิเคราะห์รายละเอียดของภาพทิวทัศน์ที่จะวาด ว่ามีรูปร่าง สัดส่วน ลักษณะผิว แสง สี และช่องว่าง ว่ามีลักษณะเช่นไรภาพที่เหมาะแก่การวาดควรจะมีรายละเอียดที่ชัดเมื่อวิเคราะห์แล้วก็ฝึกวาดแบบร่างก่อนหลายๆ ครั้ง

3. "เลือกมุมมองและจัดภาพ" การเลือกมุมมองของภาพนั้นสำคัญมาก ซึ่งสามารถหามุมที่ดีได้โดยสร้างกรอบมองภาพ ด้วยกระดาษแข็งตัดช่องสี่เหลี่ยมตรงกลาง กว้าง 2 นิ้ว x ยาว 3 นิ้ว เพื่อใช้มองภาพ และหลักง่ายๆ ที่ภายในกรอบสนามภาพควรมีก็คือ จุดสนใจ เอกภาพ และดุลยภาพ



"จุดสนใจ หรือ จุดเด่น" ที่เป็นจุดที่สร้างความสนใจสะดุดตา และควรมีเพียงจุดเดียวทั้งภาพและเนื้อหาที่สื่อออกมา ไม่ควรวางจุดเด่นไว้ตรงกลางเพราะทำให้ภาพดูน่าเบื่อ

"เอกภาพ" คือ การจัดภาพให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกลมกลืนและสัมพันธ์กัน เพื่อป้องกันความสับสน

"ดุลยภาพ หรือ สมดุล" คือ การจัดภาพให้ถ่วงดุลกันพอดี เช่น ซ้ายขวาเท่ากัน หรือ แบบซ้ายขวาไม่เท่ากันก็ได้ และเสน่ห์ของการจัดวางแบบซ้ายขวาไม่เท่ากัน คือ องค์ประกอบในภาพซ้ายขวาไม่เหมือนกัน แต่มองดูแล้วเท่ากัน ซึ่งภาพดูน่าสนใจมากกว่า

และสุดท้ายก็คือ "ร่างภาพด้วยเส้นทัศนียภาพ" ในหัวข้อนี้สำคัญมากเพราะจะทำให้ภาพมีมิติ มีระยะ มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น

เรียบเรียงจากอินเตอร์เน็ต - kruchang @ 2017

มารู้จักภาพทัศนียภาพ - Perspective

ภาพทัศนียภาพ คือภาพที่ให้ความรู้สึกเป็น 3 มิติ คือ มีลักษณะใกล้เคียงกับความเป็นจริง เช่นถ้าเราไปยืนอยู่กลางถนนแล้วมองไปข้างหน้า เราจะเห็นถนนค่อยๆ เล็กลง เสาไฟฟ้าก็สั้นเล็กลงทิวทัศน์ข้างทางก็ค่อยๆ เตี้ยลง แล้วก็วิ่งไปรวมกันอยู่ที่จุดรวมสายตา ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้คือ 

1. วัตถุ หรือ สิ่งของที่มีขนาดเท่ากันแต่เมื่ออยู่ไกลออกไปเรื่อยๆ ก็จะมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ 
2. ระยะ ที่เท่ากัน เมื่ออยู่ไกลตัวออกไปก็จะมีระยะถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนรวมเป็นจุดเดียวกัน 
3. เส้น หรือสิ่งของที่คู่ขนานกัน เมื่อไกลออกไป จะมีลักษณะวิ่งเข้าหากัน 
4. สีสัน หรือรายละเอียดต่างๆ เมื่ออยู่ไกลออกไป สีสันก็จะจางลง รายละเอียด ความชัดเจนก็จะจางลงไปตามลำดับ


ภาพ Perspective ในแบบต่างๆ



มุมมองของภาพ Perspective



มุมมองของภาพ Perspective



มุมมองของภาพ Perspective 



การมองแบบมุมสูงลงมาต่ำ เรียกว่า Bird's Eye View



การมองแบบสายตาปกติ ในระดับสายตา เรียกว่า Man's Eye View



การมองแบบมุมต่ำแหงนขึ้นสูง เรียกว่า Ant's Eye View



ลักษณะของภาพ Perspective แบบ 1 จุด



ลักษณะของภาพ Perspective แบบ 2 จุด


ลักษณะของภาพ Perspective แบบ 3 จุด 



ตัวอย่างของภาพ Perspective อีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ เพราะมีองค์ประกอบของภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ นอกจากจะมีจุดสนใจ (อุโบสถ) หรือฉากเนื้อเรื่อง (Middleground) ก็มี ฉากนำสายตา หรือฉากหน้า (Foreground) คือ สิงห์คู่ และ ฉากหลัง (Background) คือ เจดีย์ และแนวต้นไม้ด้านหลัง ซึ่งนำมาประกอบกันไว้ในภาพอย่างเหมาะสม นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการวาดภาพอีกแนวทางหนึ่ง

การวาดภาพทัศนียภาพ (Perspective) ให้สวยนั้นต้องขึ้นอยู่กับมุมมอง ความประทับใจ ของสิ่งที่เราจะวาด ในมุมมองของแต่ละคน บวกกับพรสวรรค์ การฝึกฝน(สำคัญมากๆๆๆๆๆ) ความมุ่งมั่น ใส่ใจ ย่อมจะทำให้เราประสบความสำเร็จ ขอให้นึกอยู่เสมอว่า "การมีพรสวรรค์ นั่นช่วยให้เรามีแนวความคิดและมุมมองที่ดี การมีทักษะ และการฝึกฝนที่ดีต่างหากหล่ะ ที่จะช่วยทำให้พรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวของเราแจ่มจรัสชัดเจนขึ้นมา


นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมที่จะช่วยทำให้ภาพวาดของเราสวย สมบูรณ์ นั่นคือ

1. องค์ประกอบของภาพต้องสมดุล
2. ทัศนียภาพ (Perspective) ต้องสมจริง
3. แสงและเงาต้องชัดเจน
4. ลายเส้นต้องแสดงออกมา มีทั้งความอ่อนหวาน เด็ดเดี่ยว เฉียบคม และกล้าหาญ
5. ***(สำคัญมาก) เราต้องใส่ใจในทุกๆ ภาพที่เราวาด ***

เรียบเรียงมาจากอินเตอร์เน็ต - kruchang@2016