วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สอนศิลปะให้เด็กๆ ที่บ้านแม่กะไน-6 ธ.ค. 2558


เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสมาสอนศิลปะให้เด็กๆ ที่โรงเรียนบ้านแม่กะไน ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่อง ในโครงการ "ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำความดี ปีที่ 11" เป็นอะไรที่สนุกมากๆ ครับ





เริ่มจากการแนะนำตัวให้เด็กๆ ได้รู้จักว่าเราเป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร และกิจกรรมในวันนี้ เด็กๆ จะได้ประโยชน์อะไร เด็กๆ ที่มาเรียนนี้เป็นปะกาเกอะญอทั้งหมด เด็กบางคนก็เข้าใจภาษาไทย แต่ถ้าเล็กหน่อย ก็จะไม่ค่อยรู้ แต่ถ้าเรื่องตั้งเรียนหล่ะก็ เอาไปเต็มร้อยครับ

เด็กๆ ตั้งชื่อให้ผมว่า "ครูเก่อชอ" เป็นภาษาปะกาเกอญอ เป็นว่า "ครูช้าง" ... อืมน่ารักดีครับ ... ชอบๆๆๆๆ




ทีนี้ถึงคราวเด็กๆ แนะนำตัวบ้างว่าใครชื่ออะไร มีทัศนคติอย่างไร แต่ผมไม่ได้ให้เด็กออกมาพูดหน้าชั้นนะครับ ผมจะให้เด็กๆ วาดภาพแนะนำตัวเองครับ ... ซึ่งการให้เด็กวาดภาพแนะนำตัวเองนั้นสามารถบ่งบอกอุปนิสัยใจคอ ความฝันและจินตนาการได้โดยที่บางครั้งเด็กๆ ไม่ทราบเลยว่าเค้าได้ใส่ความเป็นตัวตนเข้าไปในงานแล้ว ซึ่งในขั้นตอนนี้ื ภาพวาดที่เด็กๆ วาดได้แสดงออกมาผ่านภาพวาดอย่างชัดเจน





เด็กๆ ก้มหน้าก้มตาวาดกันใหญ่เลย ใส่จินตนาการกันเต็มที่  เด็กๆ บางคนก็มีความฝัน ความทะเยอะยาน เด็กๆ บางคนก็เรื่อยๆ รักถิ่นเกิด เด็กบางคนไม่รักที่จะทำอะไร ... สิ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนสะท้อนผ่านภาพวาดที่พวกเค้าวาดออกมาทั้งสิ้น



พอวาดภาพเหนื่อยๆ ในช่วงแนะนำตัวผ่านไปแล้ว เด็กๆ ก็พักกินเบรคกันสนุกสนาน เตรียมความพร้อมที่จะเรียนในบทเรียนถัดไป



หลังจากพักเบรคแล้ว หลังจากที่ผมพอจะรู้พื้นฐานนิสัย และการเรียนศิลปะเกือบทุกๆ คนผ่านภาพวาดที่เค้าวาดแนะนำตัวเอง ผมจึงสอนพวกเค้าในเรื่องการร่างภาพจากรูปทรงง่ายๆ และอธิบายให้พวกเค้าทราบว่าการร่าภาพด้วยมือมันสำคัญอย่างไร กับการเรียนพื้นฐานศิลปะ 





นอกจากนั้นก็ยังสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องการใช้แบบต่างๆ ในการเรียนศิลปะ ว่าสำคัญอย่างไร เพื่อที่ว่าต่อไปเวลาวาดภาพเราจะได้สื่ออารมณ์ของภาพออกมาได้อย่างชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ผู้วาดอยากวาด



ช่วงบทเรียนสุดท้ายเด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องการนำเสนองานเสนอโดยใช้ความคิดของเราสร้างจุดเด่นของภาพ และส่วนประกอบต่างๆ ของภาพ ที่จะทำให้ภาพสวยงาม สมบูรณ์



แต่ด้วยการเรียน การสอนระยะเวลาสั้นๆ อย่างนี้ มันอาจจะทำให้เด็กในทันทีทั้นใดคงไม่ได้ หากเด็กๆ ไม่ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริม หรือต่อยอดพัฒนาในทักษะทางศิลปะ ... แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กๆ ได้รับอย่างชัดเจนก็คือแรงบันดาลใจ และการค้นหาตัวตนของตนเองว่าสิ่งนี้ใช่สิ่งที่พวกเราชอบ หรือเลือกที่จะเอาเข้าในส่วนหนึ่งของชีวิตได้หรือ

เด็กๆ ที่นี่ฝีมือดี มีจินตนาการ และกล้าแสดงออก ผมเชื่อว่าหากเด็กๆ ได้รับการต่อยอดทางศิลปะ ผมรับรองได้เลยว่า จะมีบุคลากรทางด้านศิลปะเพิ่มขึ้นอีกหลายคนเลยทีเดียว




ผลงานศิลปะของ ด.ช.ธนพล โอภาประสิทธิ์ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแม่กะไน ถูกผู้ใหญ่ใจดีประมูลได้ในราคา 500 บาท จากที่ราคาเริ่มต้นเพียง 50 บาท ... ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีด้วยนะครับที่สนับสนุนผลงานของน้องธนพล ... ขอแสดงความยินดีกับคณะครูที่โรงเรียนบ้านแม่กะไนที่ได้ผลิตลูกศิษย์เก่งๆ ทางด้่านศิลปะ ... จะคอยเป็นกำลังใจให้ทางคณะครู และเด็กๆ ต่อไปครับ


และกิจกรรมศิลปะสำหรับสร้างแรงบันดาลให้กับเด็กๆ บ้านแม่กะไนก็สิ้นสุดภายในเวลา 12.00 น. หลังจากกิจข้าวกลางวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เด็กๆ ก็ไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนที่จะกลับมารวมกันอีกหลังช่วงบ่ายเพื่อเข้าสู่ชั่วโมงสอนร้องเพลงแบบง่ายๆ

สำหรับกิจกรรมนี้ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีหลายๆ ท่านที่ร่วมสนับสนุน สมุด ดินสอ และสี สำหรับกิจกรรมศิลปะของเด็กๆ บ้านแม่กะไน

ขอขอบคุณ "ครูพลอย", "ครูรุ้ง" จากโรงเรียนบ้านแม่กะไนมาช่วยเป็นครูพี่เลี้ยงเด็กๆ ให้ครับ
ขอขอบคุณ "ครูขวัญ" และ ผอ. จากโรงเรียนบ้านแม่กะไนที่ให้โอกาสให้ผมได้ทำสิ่งที่ดีๆ ในครั้งนี้


ขอบคุณบทเพลงเพราะจาก "เสียงสาละวิน" และ "ครูเป็ด"
กับ "เย๊อะแอ๊ะนา"











วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ขอเชิญร่วมกิจกรรม "ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำความดี ปีที่ 11"

ขอเชิญร่วมกิจกรรม "ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำความดี ปีที่ 11" 


ขอเชิญร่วมกิจกรรม และร่วมบริจาคสิ่งของ อุปกรณ์เครื่องเขียน, อุปกรณ์การศึกษา, อุปกรณ์กีฬา ข้าวสารโครงการอาหารกลางวันให้เด็ก, เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม, ยารักษาโรค และทุนการศึกษา ร่วมกับ โครงการ "ขี่มอเตอร์ไซค์ ไปทำความดี ปีที่ 11" กับชมรม Iron Eagle MC Chiang Mai ซึ่งปีนี้ทางชมรมฯ จะเดินทางไปมอบสิ่งของ และทุนการศึกษา  ณ "โรงเรียนบ้านแม่กะไน"หมู่ที่ 13 ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ,แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ขึ้นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2






โรงเรียนแม่กะไน มีนักนักเรียนจำนวน 71 คน แบ่งเป็นระดับชั้นอนุบาล จำนวน 18 คน, ระดับประถมศึกษาจำนวน 53 คน  มีนักเรียนพักนอนประจำจำนวน 21 คน  แบ่งเป็นระดับอนุบาลจำนวน 10 คน, ระดับประถมศึกษา 11 คน






สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะเป็นชุมชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ใช้ชีวิตแบบพอเพียง  พื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขา  มีประชากรอาศัยค่อนข้างกระจายเป็นหย่อมๆ อาชีพส่วนใหญ่คือเกษตรกรรม  นับถือศาสนาพุทธ  ยากจน  ไม่มีความรู้ความเข้าใจและขาดการศึกษา






โรงเรียนบ้านแม่กะไน ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้า ต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทน พอถึงช่วงฤดูฝนไฟฟ้าก็ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถจัดการการศึกษาให้กับนักเรียนในด้านเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง และทางโรงเรียนยังขาดสื่ออุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี่ (คอมพิวเตอร์) เพื่อนำมาจัดการ ด้านการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ






ดังนั้น ทางชมรมฯ จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ทุกๆ ท่านผู้มีจิตเมตตา ร่วมแบ่งปัน บริจาคสิ่งของ อุปกรณ์การศึกษา, อุปกรณณศิลปะ, อุปกรณ์กีฬา, สื่อการเรียนการสอน, ทุนการศึกษา, และยารักษาโรค  ซึ่งทางชมรมฯ จะได้รวบรวม และเดินทางไปส่งมอบให้กับน้องๆ นักเรียนที่ "โรงเรียนบ้านแม่กะไน" ในวันที่ 6-7 ธันวาคม 2558 ที่จะถึงนี้ หรือใครมีความประสงค์จะร่วมเดินทางไปด้วย ทางชมรมฯ ก็จะขอยินดีเป็นอย่างยิ่ง

กำหนดการ (คร่าวๆ)

วันที่ 5 ธ.ค. 58 (ชุดที่ 1 ) 
  • เดินทางเพื่อเตรียมทำกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น

วันที่ 6 ธ.ค. 58 
  • (ชุดที่ 1) ภาคเช้า - ทำกิจกรรมสอนศิลปะ และอื่นๆ ให้กับเด็กๆ  
  • (ชุดที่ 2) ภาคเช้า - ออกเดินทาง
  • ภาคบ่าย (ชุดที่ 2 ) ทำกิจกรรม เล่นกีฬา สันทนาการ กับเด็กๆ
  • ภาคค่ำ - กิจกรรมภาคบันเทิง, บายศรีสู่ขวัญ, ประมูลภาพวาดของเด็กๆ ที่วาดไว้ตอนเช้า, สนุกสนานตามอัธยาศัย
วันที่ 7 ธ.ค. 58
  • ภาคเช้า - มอบสิ่งของ ทุนการศึกษา ให้กับโรงเรียน, ถ่ายรูปร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึก
  • เดินทางกลับภูมิลำเนา, แวะท่องเที่ยวตามสถานการณ์


ชมภาพบรรยาการการเดินทางและการมอบสิ่งของให้กับเด็กๆ เมื่อปีที่แล้ว 

ติดต่อสอบถามเพื่อร่วมบริจาคได้ที่...

-คุณเติ้ล ร้าน พี.เค.ช็อป (บ้านเชียงแสน สารภี) โทร. 08 1595 2058
-คุณเก่ง 562/3 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โทร. 08 1671 9511
-ครูโชค หรือ ครูช้าง โรงเรียนสอนศิลปะ สมาร์ท อาร์ต ประตูช้างเผือก  โทร. 09 1505 5996

สถานที่สำหรับส่งสิ่งของบริจาคนะครับ
คุณเติ้ล ร้าน พี.เค.ช็อป (บ้านเชียงแสน) เชียงใหม่
เลขที่ 46/3 ม.2 ถนนเลียบรางรถไฟ ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 50140

หรือจะโอนเงินเข้าบัญชี "ครูช้าง" ได้ที่...

ชื่อบัญชี นายพงศ์ประนาฏต์ เพชรัตนกูล
เลขที่บัญชี 390-4-52540-3 ประเภทออมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขาประตูช้างเผือก เชียงใหม่

(หมายเหตุ)***หากได้โอนเงินผ่านบัญชีแล้ว รบกวนช่วยแจ้งหรือส่ง SMS มาที่ 09 1505 5996 บอกจำนวนเงินและวันที่โอนเงิน ชื่อที่อยู่ เพื่อที่ทางชมรมฯ จะได้ทำบัญชีและส่งหนังสืออนุโมทนาและขอบคุณไปยังท่านอีกครั้งหนึ่ง


คลิ๊กดู สถานที่และโรงเรียนต่างๆ ที่ทางชมรมฯ ได้เดินทางไปบริจาคได้จากลิ๊งค์ด้านล่างนี้ http://smartart-cnx.blogspot.com/2013/09/iron-eagle-mc-chiang-mai.html

ทางชมรมฯ หวังเป็นอย่างว่า จะได้รับความอนุเคราะห์จากท่านในการร่วมบริจาคสิ่งของและทุนการศึกษา รวมไปถึงให้กำลังใจ ผลักดันให้กิจกรรม "ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำความดี"ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กๆ และประโยชน์ต่อการศึกษาในโรงเรียนที่ห่างไกล ซึ่งนั่นหมายความว่า ได้ส่งผลที่ดีที่อนาคตของประเทศชาติ




วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ศิลปะกับความคิดของมนุษย์


"สมอง" เป็นอะไรที่น่าทึ่งมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ เพราะทำให้เราต่างไปจากสัตว์ มีการพัฒนาความคิดตั้งแต่เด็กไปจนโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และขบวนการทางความคิดนั้นต้องเริ่มพัฒนากันมาตั้งแต่ในวัยเด็ก ซึ่งในเบื้องต้นกระบวนการความคิดที่จะกล่าวคือ กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล (Reasoning Thingking) และ กระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ (Creative Thingking)


"กระบวนการทางความคิดอย่างมีเหตุผล" นั้นได้มาจากการเรียนวิชาคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ และภาษา เพราะกระบวนการของวิชาเหล่านี้จะเกี้ยวข้องกับการหาเหตุผล สรุปสิ่งที่หาได้จากเหตุผลเป็นผลลัพธ์ วิชาเหล่านี้จึงจำเป็นสำหรับสนุษย์ในแง่ของการนำทักษะของกระบวนการคิดนี้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน 

แต่มี ข้อเสียก็คือ ถ้าเด็กได้รับการพัฒนากระบวนการคิดแบบนี้มากเกินไป เด็กจะกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว มักคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ เรื่องของการแพ้ชนะ มากกว่าที่จะมีน้ำใจให้กับผู้อื่น



ส่วน "กระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์" เป็นการผสมผสานจินตนาการเข้าเหตุผล จนเกิดเป็นความคิดใหม่ อันเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง และสังคม ซึ่งการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์นี้ได้มาจากกระบวนการของวิชาที่มีความยืดหยุ่น ไม่มีผลลัพธ์ตายตัว เช่นวิชาพละ นาฏศิลป์ ดนตรี และศิลปะ

ผลดีของการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ คือ เด็กๆ กล้าที่จะคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ไม่นิยมลอกเลียนแบบ มีความมั่นใจ อ่อนโยน รู้จักสังเกต และรู้จักแบ่งปัน

ซึ่ง กระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์นี้ จึงจำเป็นมากสำหรับเด็กๆ



สำนักข่าวรอยเตอร์เคยรายงานว่า ในปี 1996 ที่มหาวิทยาลัยบราวน์ มีงานวิจัยว่า "เด็กอายุ 6 ขวบ หากได้เรียนศิลปะและดนตรีไปพร้อมๆ กับการเรียนวิชาการจะมีความสามารถในการอ่านและทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้ดี" 


ดังนั้นพอจะพิสูจน์ได้ว่า กระบวนการทางความคิดทั้งสองนั้น มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก กระบวนการคิดอย่างสร้างสรรจะพัฒนาอย่างรวดเร็วในขณะที่เด็กๆ อายุยังน้อย ส่วนกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผลนั้นพัฒนาได้ช้ากว่า แต่เมื่อใดที่ได้พัฒนามาจนตามทัน การคิดอย่างมีเหตุผลตามกฏเกณฑ์ของชีวิต กฏเกณฑ์ของสังคม จะทำให้การคิดอย่างสร้างสรรค์ลดลง 


ดังนั้นถ้าเราจะพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เด็กๆ ควรจะต้องเริ่มต้นให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้

เรียบเรียงมาจาก "ศิลปะกับความคิดมนุษย์" โดย "ณัฐรดา สุขสุธรรมวงศ์"
kruchang @ 2015